เวลาเดินเข้าไปในห้อง Server หรือห้อง Network เรามักเห็น Switch, Patch Panel, Server รวมถึงสาย LAN และสายไฟหลายชุดรวมอยู่ในตู้เดียว ตู้นั้นก็คือ ตู้ Rack ซึ่งช่วยจัดอุปกรณ์ของระบบให้อยู่เป็นตำแหน่ง เวลาติดตั้ง เพิ่มอุปกรณ์ หรือเข้าไปตรวจเช็กภายหลังก็ทำงานได้ง่ายขึ้น
แต่ถ้ากำลังจะเลือกตู้มาใช้งาน จะดูแค่ว่าเป็นตู้ Rack เหมือนกันไม่ได้ เพราะยังมีทั้งขนาด U ความลึก รูปแบบติดผนังหรือตั้งพื้น รวมถึงพื้นที่สำหรับเดินสายและระบายความร้อน
ก่อนดูว่าต้องใช้ตู้ขนาดไหน มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ตู้ Rack คืออะไร และตัวเลขที่เจอบ่อยอย่าง 19 นิ้วกับ U บอกอะไรเรา
ตู้ Rack คืออะไร?
ตู้ Rack คือ ตู้ที่ออกแบบมาสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ IT และ Network เช่น Network Switch, Patch Panel, Router, Server หรืออุปกรณ์อื่นที่รองรับการติดตั้งแบบ Rack Mount
ถ้าเคยเห็นตู้ Network ที่มีอุปกรณ์เรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ด้านใน หลักการก็คืออุปกรณ์แต่ละตัวจะถูกยึดเข้ากับเสาของตู้ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ ทำให้ไม่ต้องวาง Switch, Server หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ แยกกันคนละจุด
ข้อดีเวลาใช้งานจริงคือ เราสามารถวางตำแหน่งอุปกรณ์ตั้งแต่ตอนออกแบบระบบได้ เช่น Patch Panel อยู่ตรงไหน Switch อยู่ตรงไหน จะเดินสายขึ้นหรือลงทางใด และเหลือพื้นที่สำหรับเพิ่มอุปกรณ์อีกเท่าไร
ตู้ Rack 19 นิ้ว หมายถึงอะไร?
คำว่า 19 นิ้ว เป็นคำที่เจอบ่อยมากเวลาหาตู้ Rack แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวตู้ทั้งใบกว้าง 19 นิ้ว
ตัวเลขนี้อ้างอิงกับมาตรฐานการติดตั้งอุปกรณ์ Rack Mount ทำให้อุปกรณ์ที่ออกแบบตามมาตรฐานเดียวกันสามารถนำมาติดตั้งกับ Rack ที่รองรับได้
เพราะฉะนั้น ถ้ามี Switch หรือ Server อยู่แล้ว อย่าดูเพียงว่า “ใช้ Rack 19 นิ้วได้” แล้วเลือกตู้ทันที ยังต้องเช็ก ความลึกของอุปกรณ์ จุดยึด น้ำหนัก และพื้นที่สำหรับต่อสายด้านหน้า-ด้านหลัง ด้วย โดยเฉพาะ Server ที่ตัวเครื่องอาจลึกกว่าอุปกรณ์ Network ทั่วไปมาก
แล้ว U ที่เขียนว่า 6U, 12U หรือ 42U คืออะไร?
U หรือ Rack Unit เป็นหน่วยที่ใช้บอกความสูงของพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ในตู้ Rack โดย 1U เท่ากับ 1.75 นิ้ว หรือ 44.45 มม.
เวลาวางอุปกรณ์จริง เราจะดูว่าแต่ละตัว “กินพื้นที่กี่ U”
ตัวอย่างเช่น ถ้ามีอุปกรณ์ 1U จำนวน 4 ตัว ก็ใช้พื้นที่ไปแล้วอย่างน้อย 4U แต่ไม่ได้หมายความว่าควรซื้อตู้ 4U พอดี เพราะยังอาจต้องมี Patch Panel, PDU, Cable Management รวมถึงพื้นที่ที่ต้องเผื่อสำหรับการจัดสาย การระบายอากาศ หรือการเพิ่มอุปกรณ์ในอนาคต
ดังนั้น จำนวน U ที่ต้องใช้ควรเริ่มจาก ลิสต์อุปกรณ์ทั้งหมดก่อน แล้วค่อยรวมพื้นที่ที่แต่ละตัวใช้ จะช่วยเลือกขนาดตู้ได้แม่นกว่าการกะจากจำนวนอุปกรณ์อย่างเดียว
หากต้องการดูรายละเอียดเรื่องการคำนวณพื้นที่แต่ละ U เพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่ Rack Unit (U/RU) คืออะไร ซึ่งอธิบายเรื่องหน่วย U และการนำไปใช้วางแผนอุปกรณ์ในตู้โดยเฉพาะ
ในตู้ Rack มีอุปกรณ์อะไรบ้าง?
อุปกรณ์ในแต่ละตู้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับว่าตู้นั้นใช้กับระบบอะไร แต่ถ้าเป็นงาน Network หรือ Server จะเจออุปกรณ์เหล่านี้ได้บ่อย
- Network Switch สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายใน Network
- Patch Panel สำหรับรวมและจัดสาย Network ให้เป็นระเบียบ
- Router / Firewall สำหรับงานเครือข่ายตามรูปแบบของระบบ
- Server สำหรับระบบที่มีเครื่อง Server ติดตั้งแบบ Rack Mount
- PDU สำหรับจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ภายในตู้
- UPS ในระบบที่ต้องมีไฟสำรอง โดยต้องตรวจสอบรูปแบบการติดตั้งและน้ำหนักของอุปกรณ์
- Cable Management สำหรับจัดแนวสายไม่ให้พันหรือบังพื้นที่ทำงาน ถ้าต้องติดตั้งอุปกรณ์หลายตัวและมีสายจำนวนมาก สามารถดูแนวทาง การจัดสายในตู้ Rack เพิ่มเติม เพื่อวาง Layout และแนวเดินสายตั้งแต่ก่อนติดตั้ง
เวลาออกแบบตู้จริง ควรคิดตำแหน่งของอุปกรณ์เหล่านี้ไปพร้อมกับการเดินสาย เพราะถ้าใส่อุปกรณ์จนเต็มตู้ก่อน แล้วค่อยมาหาที่เดินสายทีหลัง งานติดตั้งและงาน Maintenance จะลำบากขึ้น
ตู้ Rack แบบติดผนังกับตั้งพื้น ใช้ต่างกันอย่างไร?
ถ้าเป็นจุด Network ขนาดไม่ใหญ่ มี Switch และ Patch Panel จำนวนไม่มาก Wall Mount Rack หรือตู้ Rack แบบติดผนัง ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดี เช่น จุดกระจาย Network ภายในสำนักงานหรืออาคาร
แต่ต้องเช็กน้ำหนักรวมหลังใส่อุปกรณ์ด้วย เพราะน้ำหนักที่ผนังต้องรับไม่ได้มีเฉพาะน้ำหนักตู้ แต่รวมอุปกรณ์ สาย และ Accessories ที่ติดตั้งทั้งหมด
ถ้าระบบมีอุปกรณ์หลายตัว ต้องใช้ Server หรือต้องการพื้นที่สำหรับขยายระบบ Floor-standing Rack หรือตู้แบบตั้งพื้น มักให้พื้นที่ทำงานมากกว่า ทั้งในเรื่องจำนวน U ความลึก และการจัดอุปกรณ์ภายใน
ส่วน Server Rack ต้องให้ความสำคัญกับความลึกและ Airflow มากขึ้น เพราะ Server หลายรุ่นมีตัวเครื่องลึกและสร้างความร้อนสูงกว่าอุปกรณ์ Network ทั่วไป
ก่อนเลือกตู้ Rack ลองลิสต์อุปกรณ์ก่อน
วิธีที่ง่ายที่สุดคืออย่าเริ่มจากคำถามว่า “ควรซื้อตู้กี่ U” แต่ให้เริ่มจาก ในตู้นี้จะใส่อะไรบ้าง
ลิสต์ Switch, Patch Panel, Server, PDU, UPS และอุปกรณ์อื่นออกมาก่อน จากนั้นเช็กว่าแต่ละตัวใช้กี่ U ลึกเท่าไร และหนักเท่าไร
จากข้อมูลนี้ค่อยพิจารณาต่อว่า
- จำนวน U ที่ต้องใช้ทั้งหมดเท่าไร
- ต้องเผื่อพื้นที่เพิ่มอุปกรณ์ในอนาคตหรือไม่
- อุปกรณ์ที่ลึกที่สุดต้องการตู้ลึกเท่าไร
- น้ำหนักรวมอยู่ในขอบเขตที่ตู้และการติดตั้งรองรับหรือไม่
- สายไฟและสาย Network จะเข้าตู้จากด้านไหน
- มีพื้นที่สำหรับ Cable Management และการเข้าถึงด้านหลังอุปกรณ์หรือไม่
- ระบบสร้างความร้อนมากแค่ไหน และจะจัด Airflow อย่างไร
หากลิสต์อุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปคือเทียบจำนวน U ความกว้างและความลึกที่ต้องใช้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีเลือกขนาดตู้ Rack เพื่อแยกดูแต่ละมิติก่อนกำหนดขนาดตู้
วิธีนี้ช่วยลดปัญหาที่เจอหน้างานบ่อย เช่น U พอแต่อุปกรณ์ลึกเกินตู้, ใส่อุปกรณ์ได้แต่ไม่มีพื้นที่เดินสาย หรือเลือกตู้เต็มพอดีจนเพิ่ม Switch อีกตัวไม่ได้
สรุป ตู้แร็คคืออะไร?
ตู้แร็คคือ ตู้สำหรับติดตั้งและจัดอุปกรณ์ IT และ Network ให้เป็นระบบ โดยอุปกรณ์แบบ Rack Mount จะติดตั้งตามตำแหน่งภายในตู้และใช้หน่วย U เป็นตัวบอกพื้นที่ในแนวตั้ง
ถ้ารู้แค่ว่าต้องการ “ตู้ Rack” ยังเลือกขนาดไม่ได้ ต้องรู้ก่อนว่าจะใส่อุปกรณ์อะไร แต่ละตัวใช้กี่ U มีความลึกและน้ำหนักเท่าไร รวมถึงต้องเผื่อพื้นที่สำหรับสาย การระบายความร้อน และการขยายระบบแค่ไหน
เมื่อได้รายการอุปกรณ์และ Requirement ของหน้างานแล้ว จึงค่อยเทียบกับ ตู้แร็ค KJL แต่ละประเภทและ Specification เพื่อเลือกรุ่นที่รองรับระบบที่จะติดตั้งจริง